25 สิงหาคม 2553

ป้องกันโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมองได้อย่างไร

ป้องกันโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมองได้อย่างไร
50 ปีที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงสาเหตุการตายของประชาชนในประเทศที่พัฒนาแล้วไปอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ ในอดีตสาเหตุการตายที่สำคัญที่สุดคือโรคติดเชื้อ ทุกวันนี้โรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมองกลายเป็นฆาตกรอันดับหนึ่ง แต่ในประเทศด้อยพัฒนาโรคติดเชื้อก็ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่คร่าชีวิตประชาชนปีละมากๆ
กว่าครึ่งหนึ่งของสาเหตุการตายในแต่ละปีของสหรัฐอเมริกาเกิดจากเส้นเลือดอุดตันในสมองและโรคหัวใจชนิดต่างๆ ซึ่งทั้งสองโรคในทุกวันนี้เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญที่สุด
โรคหัวใจมักเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป เมื่อต้นศตวรรษนี้ ประชาชนในประเทศที่พัฒนาแล้วมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 40 ปี ยุคนั้นเราจึงพบว่ามีคนตายจากโรคหัวใจน้อยมาก เพราะพวกเขามีอายุไม่ยืนยาวพอที่จะเกิดโรคหัวใจ
ช่วงอายุอันตราย
ทุกวันนี้คนที่มีอายุระหว่าง 45-65 ปี จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากที่สุด จนกระทั่งทำให้อัตราการตายของคนกลุ่มนี้ แทบจะไม่ดีขึ้นเลยในรอบร้อยปีที่ผ่านมา เมื่อปี พ.ศ.2393 อายุเฉลี่ยของประชากรชาวอังกฤษเท่ากับ 35 ปี ทุกวันนี้อายุเฉลี่ยของผู้ชาย เท่ากับ 69 ปี และผู้หญิง 73 ปี
สาเหตุที่ประชากรมีอายุเฉลี่ยมากขึ้นเช่นนี้ ก็เพราะเราสามารควบคุมโรคระบาดต่างๆ ได้ดีขึ้น เช่น โรคไข้ทรพิษ อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย และการที่อัตราการตายของทารกแรกคลอดลดลงอย่างมาก ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อายุเฉลี่ยของประชากรสูงขึ้น แต่ถ้าคิดเฉพาะประชากรที่มีอายุระหว่าง 45-65 ปี จะพบว่าอัตราการตายลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในช่วงหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา สาเหตุก็เพราะประชากรกลุ่มนี้มีโอกาสตายจากโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดตีบตันในสมองมากที่สุด ผู้ที่มีอายุเลย 40 ปีไป แล้วมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากกว่า 50%
ทีเดียว
ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพียง 1 ใน 4 ของผู้ชายเท่านั้น จนกระทั่งถึงวัยหมดประจำเดือน เรายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมผู้หญิงจึงโชคดีกว่าผู้ชายในแง่นี้ แต่อาจเป็นไปได้ว่า ฮอร์โมนของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ช่วยปกป้องไม่ให้หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ แต่หลังจากถึงวัยหมดประจำเดือนแล้ว ผู้หญิงจะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจได้เท่าๆกับผู้ชาย
โรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองอุดตัน มีสาเหตุพื้นฐานเหมือนกัน โรคเหล่านี้เกิดจากเลือดในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจหรือสมองไหลไม่สะดวก เนื่องจากเส้นเลือดตีบหรือมีก้อนเลือดมาขวางการไหลของเลือด
  ไปยังเมนู>>> 
                                                           โดย นพ.ธีระ  ศิริอาชาวัฒนา