17 สิงหาคม 2553

3.เราจะลดความตึงเครียดได้อย่างไร

เราจะลดความตึงเครียดได้อย่างไร
เราสามารถลดความตึงเครียดได้ดังนี้

ค้นหาสาเหตุ
 สิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาความตึงเครียดและความวิตกกังวล คือ พยายามค้นหาสาเหตุ ถ้าหากสามารถค้นพบสาเหตุดังกล่าวแล้ว การคลายความวิตกกังวลจะง่ายขึ้นมาก อาจโดยวิธีเล่าเรื่องให้เพื่อนสนิทฟังหรือปรึกษาแพทย์ นักจิตวิเคราะห์ก็อาศัยการฟังเรื่องราวจากผู้ป่วย ซึ่งอาจจะย้อนกลับไปถึงเรื่องราวสมัยยังเป็นเด็กอยู่ แล้วนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุของความวิตกกังวลนั้น เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาผู้ป่วยต่อไป
ชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมีพิธีสารภาพบาปกับพระ ก็เป็นหลักการอันเดียวกัน การได้เล่าเรื่องความในใจกับพระซึ่งมีความสงบเยือกเย็นและเมตตาปรานี หรือไปเล่ากับเพื่อนก็ตาม จะทำให้ความวิตกกังวลและความตึงเครียดลดน้อยลง


สำรวจความเป็นอยู่ของผู้ป่วย
แพทย์เป็นจำนวนมากในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากความตึงเครียดนั้น การใช้ยาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จะต้องรู้ถึงสภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิตของผู้ป่วยด้วย เพราะมีโรคมากมายที่มีสาเหตุมาจาก ความผิดปกติของจิตใจ ซึ่งการรักษาด้วยยาไม่อาจทำให้โรคหายขาดได้ แต่ต้องการการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เปลี่ยนแนวความคิด และเปลี่ยนวิธีการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมเสียใหม่

พลังแห่งศรัทธา
มีผู้ประพฤติตนเสมือนผู้วิเศษอยู่หลายคนทั่วโลกนี้ ทำการรักษาผู้ป่วยโดยใช้อำนาจจิต ทำให้ผู้ป่วยที่หมดหวังแล้วหายจากโรคได้ หลายคนเชื่อว่าการที่ผู้ป่วยสามารถหายจากโรคก็เพราะศรัทธาอันใหญ่หลวงของผู้ป่วยเอง ในใจผู้ป่วยเหล่านี้เชื่อว่าพวกเขาต้องหาย เมื่อได้มายังสถานที่และสัมผัสตัวผู้วิเศษ ศรัทธาเป็นพลังสำคัญในการรักษาโรค บางครั้งแพทย์เพียงแต่จ่ายน้ำใส่สีเท่านั้นก็ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคได้เช่นกัน

ประโยชน์ของความรัก
ความรัก ความชื่นชม และยกย่องผู้อื่น มีผลต่อบุคลิกภาพของคนมาก ถ้าเราให้ความรักกับใครคนหนึ่ง เราอาจเปลี่ยนแปลงสภาพทั้งจิตใจและร่างกายของคนคนนั้นได้อย่างสิ้นเชิง

การใช้จิตบำบัด
เคนไข้ที่เป็นโรคปวดข้อ โรคกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ บางครั้งอาจรักษาให้หายได้โดยวิธีจิตบำบัด นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความสำคัญของจิตใจในการรักษาโรค

ผลของการกระทำซ้ำซาก
เอมิล คูเอ่ (Emile Coue) แพทย์ผู้มีชื่อเสียง พยายามปลูกฝังความคิดของคนไข้ว่าเขาหายจากโรคแล้ว โดยกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกระทั่งคนไข้เชื่อว่าเขาหายแล้วจริงๆ และก็เป็นความจริง นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในการใช้อำนาจของจิตใจรักษาความเจ็บป่วย

จิตใจที่กระชุ่มกระชวยมีผลดีอย่างไร
บุคคลที่มีชื่อเสียงของโลก อาทิเช่น จอร์เบอร์นาร์จ ชอว์ , เบอทรันด์ รัสเซล,ซัมเมอร์เซต มอห์ม,ไมเคล แองเจโล และเซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ เหล่านี้เป็นตัวอย่างของบุคคลที่มีจิตใจกระชุ่มกระชวยเป็นหนุ่มอยู่เสมอ มีจินตนาการกว้างไกล ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าไม่รู้จักแก่เฒ่าแม้จะมีอายุมากแล้วก็ตาม การรักษาร่างกายไม่ให้แก่ ต้องอาศัยจิตใจที่สดชื่นมีพลังของความหนุ่มสาว ไม่ทำอะไรที่ซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย เช่น ว่างานประจำที่ทำควรเปลี่ยนโดยสิ้นเชิงทุก 10-12 ปี
จิตใจของคนเรามักจะแก่ก่อนสังขาร ข้อนี้สำคัญมาก ต้องคอยดูว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดกับตัวเราหรือไม่ เช่น กลายเป็นคนเชื่ออะไรโดยไม่ใช้เหตุผล กลัวการเปลี่ยนแปลง เบื่อหน่ายการท่องเที่ยวที่ผจญภัย กามารมณ์กลายเป็นสิ่งซ้ำซากเหมือนการแปรงฟัน สิ่งเหล่านี้แสดงถึงจิตใจที่แก่ชราเสียแล้ว จิตใจของคนเรามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการแก่เฒ่าของสังขาร

การฝึกโยคะ
อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายและผ่อนคลายจิตใจ คือ การฝึกโยคะ โยคะท่าหนึ่งเรียกว่า ศว-อาสนะ ซึ่งปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยโบราณในประเทศอินเดีย เราจะกล่าวถึงเรื่องนี้ให้ละเอียดอีกครั้งในบทที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจ การฝึกโยคะที่ถูกต้องจะลดความเครียดได้อย่างมากทีเดียว

มีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้
มีคนจำนวนมากที่ตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียดและความวิตกกังวล เพราะมัวแต่คิดถึงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต และคิดถึงความลำบากในอดีตที่ผ่านมา แต่สิ่งที่จะมีผลต่อเราจริงๆ ก็คือปัจจุบันนี้ นี่เป็นความจริงที่สุด ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาวิตกกังวลถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดคือปัจจุบันนี้เท่านั้น จงทำตัวให้เพลิดเพลินอยู่กับวันนี้แล้ว อนาคตจะดูแลรักษาตัวมันเอง

เปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน
คนเราจำเป็นที่จะต้องมีวันพักผ่อนกันบ้าง การกระทำอะไรซ้ำซากวันแล้ววันเล่า เป็นสาเหตุทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น การเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันจะช่วยผ่อนคลายความเครียดลง ถ้าคุณเคยมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายหรูหรา ควรหาโอกาสออกไปพักผ่อนตามป่าเขาลำเนาไพรบ้าง หรือถ้าคุณอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่แสนจะแออัดและเต็มไปด้วยมลภาวะ ก็น่าจะออกไปพักผ่อนในวันหยุดตามชนบทที่สงบเงียบและปราศจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ การสนใจงานอื่น นอกเหนือจากหน้าที่การงานของตนเอง ก็เป็นวิธีลดความเครียดได้ทางหนึ่ง อย่างเช่น
โอมาร์ ชารัฟ เล่นบริดจ์จนมีฝีมือระดับแชมป์เปี้ยน เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ พักผ่อนด้วยการวาดรูป ประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ เก็บสะสมแสตมป์ และเฮนรี ฟอร์ด สนใจพวกวัตถุโบราณ
กลับไปยังเมนู>>> 
                                                            โดย นพ.ธีระ  ศิริอาชาวัฒนา